อาการแพ้ลิปสติกเป็นยังไง

อาการแพ้ลิปสติกเป็นยังไง

สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ลิปสติกนั้น ก็จะมีอาการแตกต่างกันออกไป ก็แล้วแต่ว่าผู้นั้นมีอาการแพ้มากหรือแพ้น้อย หากว่ามีอาการแพ้น้อยก็อาจจะมีอาการเพียงริมฝีปากรู้สึกแห้งและคัน แต่ถ้าหากว่ามีอาการแพ้มาก อาจจะเกิดอาการริมฝีปากอักเสบ บวมหรือเกิดหายใจไม่ออกได้ เมื่อมีอาการแพ้เกิดขึ้นจะต้องหยุดใช้ลิปสติกแท่งนั้นภายในทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้ลิปสติกที่เป็นชนิดอื่นแทน เช่น ใช้ลิปสติกชนิดที่ไม่มีน้ำหอม แทน

ส่วนการแพ้เครื่องสำอางนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเฉพาะในแต่ละบุคคล ฉะนั้นบางคนก็อาจจะมีอาการแพ้ แต่บางคนไม่แพ้ แต่สำหรับลิปสติกนั้นพบได้ว่ามีแค่ 1 ใน 5 ล้านคน ที่มีอาการแพ้ลิปสติกโดยธรรมชาติเท่านั้น อย่างไรก็ตามการใช้ลิปสติกทาบนริมฝีปากซึ่งถือว่าเป็นเนื้อเยื่ออ่อน วันละหลายๆครั้ง และสัมผัสริมฝีปากเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายกว่าผิวหนังในบริเวณอื่น

โดยอาการแพ้ลิปสติกนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากสารปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำหอมและสี แต่แนวโน้มการแพ้ลิปสติกก็ได้ลดลงมาเป็นลำดับ ทั้งนี้ก็เนื่องจากผู้ผลิตได้ใช้วัตถุดิบที่บริสุทธิ์ขึ้น มีสารปนเปื้อนน้อยลงในการผลิตลิปสติก

นอกจากนี้การทาลิปสติกโดยใช้นิ้วมือก็ อาจจะทำให้เกิดติดเชื้อที่ริมฝีปากได้

สาเหตุของการแพ้ลิปสติก

1.เพราะว่าน้ำหอมที่อยู่ในลิปสติก อาจมีสารบางชนิดที่จะกระตุ้นให้เกิดการแพ้

2.เพราะว่าสีที่อยู่ในลิปสติก อาจมีสารปนเปื้อน ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และสีบางชนิดอาจทำให้ริมฝีปากไวต่อแสงแดด

3.ลิปสติกที่มีไขมันและน้ำมันที่น้อยเกินไป อาจทำให้ริมฝีปากแห้งและแตกทำให้แพ้ง่าย

จะซื้อคาร์ซีทหรือบูสเตอร์ซีทดี

จะซื้อคาร์ซีทหรือบูสเตอร์ซีทดีมาอีกแล้วครับกับคำถามกำกวมที่ว่า “จะซื้อคาร์ซีทหรือบูสเตอร์ซีทดี” ซึ่งคำถามที่ว่านี้มาแบบเดี่ยวๆ เลยครับไม่มีประโยคที่เอื้อนเอ่ยถึงที่มาที่ไปกันก่อนว่าก่อนหน้าที่จะถามนี้เกิดอะไรขึ้นและที่ถามคำถามนี้เพื่อวัตถุประสงค์อะไรซึ่งเมื่อถามมาเช่นนี้คำตอบที่ผมจะมีให้ได้ก็คงจะเป็น “up to you” หรือแปลเป็นไทยก็ประมาณว่าแล้วแต่คุณละกันครับว่าจะเลือกอะไรก็เลือกไประหว่างคาร์ซีทกับบูสเตอร์ซีท!!

แต่ถ้าจะให้ผมตอบแบบอ้างอิงวิชาการแบบสุภาพๆ แล้วล่ะก็ผมเองก็คงจะต้อบว่าขึ้นอยู่กับว่าการใช้งานของเราเป็นสำคัญครับครับโดยหากเราต้องการที่จะซื้อมันไปใช้กับเด็กเล็กที่มีอายุประมาณแรกเกิดเรื่อยไปจนกระทั่งถึงอายุประมาณ 3 ขวบหรือไม่น้ำหนักตัวไม่เกิน 15 กิโลกรัมแล้วล่ะก็ ก็ควรที่จะเลือกคาร์ซีทแต่ถ้าหากบุตรหลานในบ้านเรานั้นอายุเกิน 3 ขวบ หรือ 3 ปีและมีตัวใหญก็ควรที่จะเลือกใช้งานบูสเตอร์ซีทแทน นี่แหละครับคำตอบแบบเคลียร์ ชัดเจนและสุภาพ

แต่การที่พวกคุณจะได้คำตอบแบบที่ว่านี้ก็ต้องหมายความว่าคุณจะต้องถามคำถามที่ชัดเจนด้วยเช่นกันครับอยู่ๆ มาถึงก็ถามเลยว่า “จะใช้คาร์ซีทหรือบูสเตอร์ซีทดี” ก็ไม่มีใครที่ไหนจะตอบได้หรอกครับเพราะเขาเองก็ไม่ได้ไปตรัสรู้กับคุณว่าลูกหลานของคุณนั้นอายุเท่าไหร่ น้ำหนักตัวเท่าไหร่ ซึ่งการตอบแบบห้วนๆ อาจจะฟังดูไม่ดีก็จริงแต่บางครั้งมันก็เหมาะสมกับคำถามที่ถามมาห้วนๆ เช่นกันครับ

กลูต้าไธโอน ส่วนผสมในเวย์โปรตีน

กลูต้าไธโอน ส่วนผสมในเวย์โปรตีนเวย์โปรตีน อาหารเสริมขั้นเทพที่ช่วยให้ทั้งหนุ่มๆและสาวๆมีหุ่นดีได้ดั่งใจ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามก็ต้องตกใจกับผลลัพธ์ที่ได้อย่างแน่นอน การกินเวย์โปรตีนไม่ใช่แค่เพียงน้ำหนักจะลดและหุ่นสวยเท่านั้น สำหรับสาวๆที่อยากมีผิวขาวใส เวย์โปรตีนบางตัวผสมไปด้วยกลูต้าไธโอนที่สามารถช่วยเพิ่มความขาวใสให้กับผิวได้อย่างง่ายดาย

โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายของเรา ผิวพรรณของเราจะเต่งตึงและชุ่มชื้นมาตั้งแต่เกิด เป็นเพราะว่าช่วงนั้นที่ใต้ผิวหนังของเรายังมีคอลลาเจนอยู่มากมาย ทำให้ผิวหนังนุ่มและชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ตัวคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนัง เป็นคอลลาเจนที่สร้างขึ้นได้ด้วยตัวเราเองตามธรรมชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คอลลาเจนที่สร้างขึ้นเองเหล่านั้นก็จะค่อยๆหายไปในที่สุด ด้วยเหตุนี้เองเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น ผิวหนังก็จะค่อยๆเสื่อมและเหี่ยวลงเรื่อยๆเช่นเดียวกัน สร้างขึ้นใหม่ได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานอาหารเสริมที่มีประโยชน์เพื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ได้เช่นเดียวกัน

กลูต้าไธโอน จะเป็นสารที่เอาไว้ใช้สำหรับในทางการแพทย์ แต่เมื่อใช้ในปริมาณที่พอเหมาะและพอดี ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของผิวหนังได้ด้วย แต่ข้อสำคัญก็คือต้องใช้ในปริมาณที่น้อยๆไม่มากจนเกินไป เพราะกลูต้าไธโอนนั้นเมื่อใช้มากๆแล้ว ก็อาจจะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมลงได้ เกิดอาการผิวขาวซีด และอาจจะเสียชีวิตลงได้ด้วยถ้าได้รับในปริมาณที่มากเกินไปนั่นเอง แต่เวย์โปรตีน มีปริมาณกลูต้าไธโอนอยู่ไม่มากนัก ทานได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียงใดใด ซึ่งจะมีอยู่ในเวย์โปรตีนบางยี่ห้อเท่านั้น ทั้งผิวขาวทั้งหุ่นดี ใครๆก็กินเวย์โปรตีน